[MS] คำตอบ?
posted on 03 Jan 2012 20:54 by justpitak in MS
เอนทรี่ก่อนหน้า
♠ [MS] ไม่เป็นไร กร----*
♠ [MS] คำถาม กร----*
Cubic School
เพียงพิทักษ์ ; นนทกร ; อลิสา
ม. 5 เทอม 2
วันนั้นเป็นวันพุธ
เพียงพิทักษ์ไม่ใช่คนโง่
เขาอาจจะดูเหมือนคนที่ยิ้มเรื่อยเปื่อยไปวันๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเมินสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้าง ที่นั่งในตอนนี้อาจจะห่างออกไปกว่าตอนแรกที่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะมองไม่เห็น
มันคือบรรยากาศอึมครึมที่ทุกคนในห้องจับสังเกต
โอเค ก็ไม่เชิงว่าเป็นบรรยากาศ ก็แค่ท่าทีผิดปกติของนนทกรที่ แปลก ยิ่งกว่าทุกครั้งจนน่าเป็นห่วง ยิ่งในวันนี้อีกฝ่ายขาดเรียนไปอีกต่างหาก ยิ่งทวีความสงสัยและเป็นห่วงของคนในห้องให้เพิ่มพูนขึ้นได้เป็นอย่างดี
"พี่สาวของนนทกรเพิ่งมาแจ้งกับทางโรงเรียน ว่านนทกรขอลาป่วย เข้าโรงพยาบาล เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ"
เขาจำไม่ได้ว่าใคร แต่มีคนยกมือขึ้นถามว่านนทกรอยู่ที่ไหน คนเป็นครูเอ่ยตอบสั้นๆ ไม่กี่คำแล้วก็เดินออกนอกห้องไป ปล่อยทิ้งไว้เพียงเสียงจ้อกแจ้กของเหล่าเด็กนักเรียน
เพียงพิทักษ์เผลอสบถออกมาเบาๆ
เขาควรจะรู้
xxxxxxxxxx
เย็นวันนั้น เขาตัดสินใจไปที่โรงพยาบาล
ตอนที่เปิดประตูเข้าไป นนทกรกำลังนั่งเหม่ออยู่ที่เตียงคนไข้คนเดียว
เพียงพิทักษ์หรี่ตาลงนิดหนึ่ง เขาเห็น... นัยน์ตาเหม่อลอย ว่างเปล่า และขอบตาที่คล้ำไปเพราะอดนอน เด็กหนุ่มนั่งหลังค่อม ไหล่ห่อ จากที่น่าเป็นห่วงอยู่แล้วยิ่งชวนให้เป็นห่วงมากขึ้นไปอีก
นนทกรสะดุ้งไปนิด ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีที่สบตาด้วย ก่อนที่จะรีบเสไปอีกทาง
พอเห็นท่าทางแบบนั้นเข้า เพียงพิทักษ์ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้ มือก็ลากเก้าอี้กลมไร้พนักที่วางอยู่ใกล้ๆ มาวางที่ข้างเตียงแล้วทิ้งตัวลงนั่ง
“เฮ้...” เขาเอ่ยทักเบาๆ “...เป็นไรมั้ย?”
“อ...อือ...”
เป็นคำตอบ
เพียงพิทักษ์เลิกคิ้วนิดหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่นนทกรไม่ได้สังเกตเห็นเพราะมัวแต่เบือนหน้าหนีไปอีกทาง คนมาเยี่ยมลอบถอนใจอีกครั้งแล้วค่อยปล่อยความเงียบให้โรยตัวลง
ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนเริ่มพูดก่อน
แต่สิ่งที่เขาได้รับมีเพียงความเงียบ
จนเขาต้องเป็นฝ่ายทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ลงไปเสียเอง
“ทำไมนายถึงไม่บอกพวกเรา”
เพียงพิทักษ์ถามเสียงเรียบ ตรงไปตรงมา -- มันคือสิ่งที่สงสัยที่สุดมาตลอดหลายวันนี้ หากนนทกรกลับยิ่งก้มหน้างุด ไม่ยอมปริปากเอ่ยตอบแม้แต่คำเดียว เล่นเอาคนรอคำตอบได้แต่นั่งรอและเฝ้ามอง
นัยน์ตาคู่นั้นไหวระริก อย่างที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่างแน่ๆ -- อะไรสักอย่างที่ไม่ใช่แค่พักผ่อนไม่เพียงพอ
แล้วทำไมถึงไม่ยอมพูด
“มีอะไรก็บอกมาสิ” ปลายเสียงห้วนขึ้นนิดหนึ่งเมื่อยังไม่ได้คำตอบเสียที “ฉันเป็นเพื่อนนายนะ”
เพียงพิทักษ์ไม่รู้ตัวว่าประโยคสุดท้ายฟังขวางกว่าปกติ หากนนทกรก็เหมือนจะรับรู้ได้จนต้องเหลือบสายตากลับมามองอย่างหวาดๆ ก่อนจะรีบเสกลับไปทันที
“ก...ก็...” น้ำเสียงระโหยพึมพำ “กลัวจะรบกวน...”
เพียงพิทักษ์ตั้งใจว่าจะใจเย็น
“รบกวนอะไร ฉันเป็นเพื่อนนายนะเว้ย!”
แต่เหมือนจะไม่สำเร็จ
วินาทีนั้นที่เขารู้สึกเหมือนใจเย็นมามากเกินพอแล้ว มากเกินไปสำหรับเพื่อนคนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนนทกรเอาแต่หลบตาและทำหน้าเหมือนแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ
โดยที่ไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วยแบก โลก ใบนั้น
ทำไม...
น้ำเสียงเขาขุ่น ขวาง ค่อนไปทางหงุดหงิดอย่างที่นานๆ ครั้งจะเป็นสักที แต่พอเห็นอีกฝ่ายสะดุ้งตัวไปก็ชะงัก พยายามข่มสีหน้าและน้ำเสียงเอาไว้ไม่ให้มันชัดไปกว่านี้ ก่อนที่จะหยุดรอให้นนทกรเอ่ยปากตอบอีกครั้งหนึ่ง หวังว่าจะทำให้คนตรงหน้ามีปฏิกิริยาโต้ตอบบ้าง
แต่ก็ไม่มี
“...กร?” เขาเรียกช้าๆ
“อ...อือ...” เหมือนจะเป็นคำตอบ แต่มันมีแค่นั้น และเขารู้สึกว่ามันไม่พอ
“อย่าเงียบสิ” เพียงพิทักษ์ปรับเสียงให้อ่อนลง “เป็นไรมั้ยนั่น”
นนทกรทำหน้าเหมือนลังเลอยู่ชั่ววินาที
“...อ...เอ่อ...” เสียงแหบแห้ง แทบไม่ดังไปกว่าการกระซิบ “ม...ไม่เป็นไร...”
“โกหก” เขาสวนคำประณามกลับทันใด
“ป...เปล่า---”
แก้ตัว
นนทกรโกหกไม่เก่ง... ไม่เลย
และนั่นแหละที่แย่ เพราะมันยิ่งทำให้ความคิดที่ว่าต้องใจเย็นค่อยๆ พังทลายลงทุกที
เพียงพิทักษ์เหยียดยิ้ม ฝืน หายาก แล้วค่อยเอ่ยลากเสียงเรียก
“กร...”
“อะ--- อะไร”
“เป็นอะไรก็บอกกันมาสิ” เพียงพิทักษ์พยายาม... แต่ก็เป็นความพยายามที่ค่อยๆ ถูกกัดกร่อนลงช้าๆ “ระบายออกมาก็ได้ จะเก็บเอาไว้ทำไม... หือ?”
นนทกรเม้มริมฝีปากแน่นเข้า เบือนใบหน้าหนีไปอีกทางราวกับจะทำให้หายตัวไปจากตรงนั้นได้ และปล่อยให้ห้องเงียบลงจนเพียงพิทักษ์ชักหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ กับปฏิกิริยาโต้ตอบนั่น
แต่คราวนี้เขาไม่รอ
ไม่อยากจะรอ
“กร?”
เพียงพิทักษ์เรียกเสียงห้วน หมายจะทวงคำตอบ ปลายเสียงเคืองหนักกว่าครั้งที่แล้ว และครั้งนี้เขาก็รู้ตัวดีด้วยว่าคุมเสียงไม่อยู่
แต่แล้วไง? ถ้าอีกฝ่ายดันทุรังได้ ทำไมเขาจะโกรธไม่ได้
ไม่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอ นนทกรแอบเหลือบมามองแล้วก็หน้าซีดเบือนกลับไป ไม่กล้าสบกับนัยน์ตาสีนิลคาดคั้นที่กำลังฉายแววดุจัดอย่างน่ากลัว เขาไม่ได้ขมวดคิ้ว เพียงกดหัวคิ้วลงนิดหนึ่ง ซึ่งแค่นั้นก็มากพอจะบ่งชี้ว่ากำลังไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด โดยไม่เหลือเค้าแววใจดีหรือขี้เล่นเหลืออยู่ให้เห็นอีกเลย
แต่นนทกรยังคงเงียบ
และความอดทนของเขากำลังจะสิ้นสุด
“นายคิดว่าเพื่อนมีไว้ทำไม กร... ฉันถามจริงๆ”
“ก...ก็...”
คนถูกถามพูดได้แค่นั้นแล้วก็เบือนหลบไปอีกครั้ง และสำหรับเพียงพิทักษ์ คำตอบนั่นไม่ดีพอ
ถ้าสบตากันบ้าง หันมองกันบ้าง... หรือถ้านนทกรพยายามพูดให้มากกว่านี้ เขาจะไม่ว่าเลย -- ไม่เลยจริงๆ
แต่นี่อะไร อีกฝ่ายเห็นเขาเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ถึงไม่แม้แต่จะตอบ ไม่แม้แต่จะหันมาสนใจ ถึงได้เอาแต่พยายามหลบเลี่ยงแล้วทำเหมือนว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา
ทำไม
เสียงของเขาไม่มีน้ำหนัก หรือเขาดูไม่มั่นคงพอที่จะรับฟังปัญหาของใครสักคน?
เขาพึ่งพาไม่ได้เลยใช่ไหม
แล้วทำไม... ทำไม...
เขาไม่ใช่เพื่อนของกรงั้นหรือ?
คำถามสุดท้ายที่แล่นผ่านหัวสมองทำให้เพียงพิทักษ์หลุดยิ้ม
หากดวงตากลับไม่ยิ้มตามไปด้วย
“ตามใจนาย”
เขาพูดแค่นั้น ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินออกนอกห้องไป โดยไม่หันกลับไปมองคนด้านหลังอีกเลย
เสียงประตูปิดดังปัง... แรงและดังมากจนนางพยาบาลที่เดินผ่านหันมามองด้วยสายตาไม่พอใจ หากเขาไม่สน เด็กหนุ่มเพียงหยุดเอนหลังที่ผนังข้างๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน
เขาสบถออกมาเบาๆ พลางแค่นยิ้มหยัน
ดันอยากโง่ไปเสือกเรื่องชาวบ้านเอง แล้วผลเป็นไง?
สมน้ำหน้า
“อ้าว นายก็มาเหรอ”
เสียงแจ้วๆ คุ้นๆ ของใครบางคนดังทักขึ้น เพียงพิทักษ์เบนกลับไปมอง... อลิสากำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ ท่าทางเหมือนเพิ่งมาถึง
เขาแค่นยิ้มส่งกลับไปให้อย่างฝืนเต็มทน
“ฮื่อ” เด็กหนุ่มพยายามคุมเสียงตัวเอง “เพิ่งออกมาน่ะ”
“จะกลับแล้วเหรอ” อลิสามุ่นคิ้วเข้านิด หากเพียงพิทักษ์กลับเพียงเบนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ตอบคำถาม ทำเอาสาวเจ้าชักกรุ่นๆ ขึ้นมานิดหนึ่ง “นี่! อย่ามาทำเป็นเมินนะยะ! เป็นอะไรของนายขึ้นมาเนี่ย”
“หงุดหงิด”
เสียงตอบกลับติดจะห้วน แต่ก็เบาบางเกินกว่าที่จะทำให้คนฟังจับสังเกตได้
“หงุดหงิด? นายเนี่ยนะ?” เจ้าหล่อนทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ ก่อนจะไพล่ไปอีกเรื่อง “แล้วนี่กรเป็นยังไงบ้าง เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
เพียงพิทักษ์ฟังคำถามแล้วก็แค่นหัวเราะ ส่งเสียงเหอะในลำคอเหมือนประชด
“เท่าที่เห็นก็ไม่เป็นไรนี่”
คราวนี้อลิสาจับความผิดปกติในน้ำเสียงนั่นได้เป็นอย่างดี เจ้าหล่อนแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ยังขมวดคิ้วเข้า ยกมือขึ้นเท้าสะเอวอย่างไม่ค่อยพอใจนักกับท่าทีของคนตอบ
“นายไม่พอใจอะไรของนายเนี่ย” เธอถามเสียงเขียว “นี่ นายมาเยี่ยมคนป่วยนะยะ ไม่ได้มาทะเลาะกับเพื่อน ทำหน้าทำตาแบบนี้เดี๋ยวกรก็ยิ่งใจเสียแย่หรอก ช่วงนี้หมอนั่นยิ่งน่าเป็นห่วงอยู่---”
อลิสาพูดได้แค่นั้นก็ชะงักไป
เพียงพิทักษ์ไม่ได้เอ่ยตอบ ไม่แม้แต่จะส่งเสียง เขาเพียงเบนนัยน์ตากลับมาสบด้วย... และนั่นก็มากพอจะทำให้เด็กสาวถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
แววตาคู่นั้นหมอง ขุ่นจัด และนิ่งเรียบเหมือนทะเลก่อนที่พายุจะซัดโถม
มันคือแววตาที่อลิสาไม่เคยเห็นมาก่อนจากคนตรงหน้า
เพียงพิทักษ์ส่งเสียงเหอะเบาๆ ในลำคออีกครั้ง ก่อนที่จะเป็นฝ่ายเบี่ยงตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่เสียดหูกับความอึดอัดหนักๆ ที่พลันทิ้งตัวลงมา
อลิสานิ่งอึ้ง
แวบหนึ่งที่ใจหล่นวูบ ตกใจ แปลกใจ และ... และมีความรู้สึกอีกอย่างที่หล่อนเองก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรกันแน่ รู้แค่ว่าหล่อนตัวชาวาบ บรรยากาศรอบตัวหน่วงลงจนทำอะไรไม่ถูก
เกิดอะไรขึ้น?
xxxxxxxxxx
*สนุกสนาน*
ระเบิดลูกแล้วลูกเล่า แอร๊ยย
เมย์เข้าไปอีกคนจะลงใส่อีกรึเปล่าเนี่ย สงสารกร ฮา
จะรอไคลแม๊กซ์นะคะ
#1 By ~Kurara~ on 2012-01-03 22:55